facebook.com/h2ohydrogarden hydroponics soilless culture
h2ohydrogarden@hotmail.com/chu0880 hydroponics soilless culture
BANSABAI hostel
Department of Agricultural Extension
Kasetsart University h2ohydrogarden hydroponics soilless culture
IG:h2ohydrogarden
Line:h2ohydrogarden


มาทำความรู้จักผักสลัดของเรากันดีกว่า

มาทำความรู้จักผักสลัดของเรากันดีกว่า


วันนี้มีข้อมูลดีๆจาก รศ.นิพนธ์ ไชยมงคล มาฝากกันค่ะ เกี่ยวกับผักสลัดของเรานั่นเอง สำหรับผู้ปลูกผักไฮโดรทุกท่านนะคะ เชื่อว่ามากกว่า 50%ของผู้ที่ปลูกผักไฮโดรเน้นปลูกผักสลัดกัน เลยนำข้อมูลมาแบ่งปัน เพื่อให้เรารู้จักผักที่เราปลูกกันมากขึ้น ชอบอะไรไม่ชอบอะไร ได้จะเอาใจถูกกันนะคะ 


สลัด (LETTUCE : Lactuca sativa L.) อยู่ในพืชตระกูล Asteraceae (Compositae) ซึ่งค่อนข้างใหญ่ ประกอบด้วยพืช 800 สกุล 20,000 กว่าชนิด แต่สวนใหญ่ จะเป็นสายพันธุ์ป่ามีเพียงไมกี่ชนิดที่นำมาปลูกเพื่อการค้า สลัดเป็นพืช ที่นิยมบริโภคสดและประกอบอาหารมากที่สุด ประกอบด้วยน้ำ 95 % คาร์โบไฮเดรต 1-2 % โปรตีน 1-2 % และไขมัน 0.25 %

Lactuca sativa เป็นสายพันธุ์กลุ่มเดียวที่นำมาปลูกเพื่อการค้า มีถิ่นกำเนิดอยู่แถบที่ราบด้านตะวันออกของเขตเมดิเตอร์เรเนียน จากรูปวาดในหลุมฝังศพชาวอียิปต์ พบว่ามีการเพาะปลูกสลัดมานานกว่า 4,500 ปีก่อนคริสตศักราช โดยใช้เป็นพืชสมุนไพร

 

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

สลัดเป็นพืชฤดูเดียว มีลำต้นอวบสั้นและช่วงข้อถี่ ใบจะเจริญจากข้อเป็นกลุ่ม


ใบ

ใบจะมีลักษณะ รูปร่าง และสีแตกต่างกันขึ้นอยู่กับพันธุ์ เช่น ใบกลม ใบรี ใบเรียบหรือมีหยัก หรือบิดงอ บางพันธุ์อาจจะมีใบหนาแข็งกรอบและบางพันธุ์อาจจะมีใบอ่อนนิ่ม มีสีเขียวอ่อนจนถึงสีเขียวเข้ม สีน้ำตาลปนแดง สีแดงและสีน้ำตาลเป็นต้น บางพันธุ์จะมีสีเดียวแต่บางพันธุ์อาจจะมีหลายสี ใบสีแดงจะมีวิตามิน ซี สูงกวาสีเขียว แต่จะสูญเสียหลังเก็บเกี่ยว ภายในเวลา 2-3 วัน


ระบบราก

สลัดจะมีระบบรากแก้วที่เจริญหยั่งลึกลงไปในดินอย่างรวดเร็ว ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม สามารถเติบโตได้ถึง 1 นิ้วต่อวันและเจริญลึกลงไปถึง 6 ฟุตเมื่อถึงระยะที่แทงช่อดอก ในดินที่มีความชื้นสูงและมีหนาดินตื้นรากจะไม่สามารถเจริญได้ดี ถึงแม้จะมีรากแก้วที่หยั่งลึก แต่รากจะมีขนาดเล็ก รากแขนงและรากฝอยจะอยู่อย่างหนาแน่นในระดับความลึก 30 ซม.


ช่อดอก

เป็นแบบ panicle สูง 2-4 ฟุต ประกอบด้วยดอก 10-25 ดอกต่อช่อ เป็นดอกสมบูรณ์เพศกลีบดอกสีเหลืองหรือขาวปนเหลือง ดอกจะบานช่วงเช้า และปิดในระยะเวลาสั้น โดยเฉพาะในช่วงที่มีอุณหภูมิต่ำ ขบวนการผสมเกสรจะเสร็จสิ้นภายในเวลา 3-6 ชั่วโมง ดอกหนึ่งดอกประกอบด้วย เมล็ดหลายเมล็ด (involucres)ในสภาพอุณหภูมิสูง ช่วงแสงยาวจะกระตุนให้มีการแทงช่อดอกเร็ว ซึ่งจะเป็นปัญหาของ การผลิต ในฤดูร้อน


สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

สลัดเป็นพืชที่ตองการอากาศอบอุ่นอุณหภูมิและช่วงแสง มีอิทธิพลตอการเจริญเติบโต ทั้งในต้น ใบและการเจริญของดอก การปลูกในสภาพที่มีช่วงแสงยาว อุณหภูมิสูง ช่อดอกเจริญเร็ว ทำให้ผลผลิตและคุณภาพต่ำ อุณหภูมิที่เมล็ดสามารถงอกได้อยู่ระหว่าง 4.5-27.0 c  อุณหภูมิที่เหมาะสมอยูระหว่าง 20-27 c สูงเกินกว่า 30 c เมล็ดจะพักตัว มีความงอกต่ำ ในอุณหภูมิ 33-35 c เมล็ดไม่สามารถดูดน้ำได้ อุณหภูมิที่เหมาะสำหรับการเจริญเติบโต ต่ำสุด 7.2 c ปานกลาง 24.0 c สูงสุด 28.0 c ช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตคือ 24 cในสภาพอุณหภูมิสูง การเจริญทางใบจะถูกจำกัด มีเส้นใยมาก เนื้อเยื่อเหนียว และมีรสขม อุณหภูมิจะมีอิทธิพลต่อการเจริญของสลัดและสลัดบัตเตอร์มากกว่าสายพันธุ์อื่น นอกจากนี้ถ้าหากแปลงปลูกมีความชื้นสูงหรือมีอุณหภูมิสูง แห้งแล้งหรือในสภาพอุณหภูมิต่ำ ความชื้นสูง พืชจะแสดงอาการขาดแคลเซียมได้ง่าย ทำให้เกิดโรคปลายใบไหม (Tip burn)


แสง 

เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างอาหารหรือขบวนการสังเคราะห์แสง การเจริญเติบโตของ สลัดต้องการพลังงานแสง > 150 cal/ cm2/day คลื่นแสงที่มีความยาว 1000-720 nm จำกัดการงอกของเมล็ดพันธุ์ ความยาวของคลื่นแสงที่เหมาะสำหรับการงอกของเมล็ดอยู่ระหว่าง 690-650 nm เมื่อความเข้มของแสงสูง ช่วงแสงยาว อัตราการเจริญทางด้านลำต้นจะเพิ่มขึ้น ช่วงข้อยาว ใบชะงักการเจริญ ทำให้ใบสั้น ขนาดใหญ่ การปลูกในช่วงฤดูรอนที่มีความเข้มแสงสูง ควรจะพลางแสง

 

ที่มา : รศ.นิพนธ์ ไชยมงคล

 



ความรู้เบื้องต้นผักไฮโดร

ความรู้เรื่องการปลูกผักด้วยหลอด LED
ประโยชน์ของผักไฮโดรโปนิกส์
ความแตกต่างระหว่างการปลูกแบบน้ำนิ่ง กับ การปลูกแบบน้ำวน
ราชินีของผักทั้งมวลผักเคล (kale)
จุดแข็งของการปลูกพืชด้วยระบบHydroponics
เคล็ดลับในการเลือกซื้อปุ๋ยเอบี!!!
ก่อนปลูกผักสลัดขายต้องรู้อะไรบ้าง?
ปลูกขึ้นฉ่ายน้ำนิ่ง
ครบเครื่องเรื่องปุ๋ยแบบชาวบ้าน
น้ำหมักชีวภาพสำหรับปลูกผักไฮโดรโปนิกส์
ค่า EC ต่อ ผลผลิตพืช
การปลูกผักไฮโดรน้ำนิ่งแบบง่ายๆเองที่บ้าน
การใช้กับดักกาวเหนียวในฟาร์มผักไฮโดรของเรา
เทคนิคการเพาะเมล็ดในเพอร์ไลท์และเวอร์มิคูไลท์
ปัจจัยที่มีผลต่ออายุของเมล็ดพันธุ์
โรคที่เกิดกับต้นอ่อนหรือกล้าผัก
อาการขาดธาตุอาหารและลักษณะอาการเป็นพิษ
การทำงานของรากพืชที่ปลูกในระบบไฮโดรโปนิกส์
เชื้อ Pythium…….สาเหตุสำคัญของโรคที่เกิดกับราก
ช่องทางการขายผักสลัด
วิธีการล้างและเก็บผักสลัดให้อยู่ได้นานๆ
วิธีการปลูกผักร็อกเก็ต
แมลงที่พบบ่อยในผักไฮโดรโปนิกส์วิธีการป้องกันและกำจัด
ขั้นตอนการกำจัดแมลงเพื่อลดปัญหาแมลงและศัตรูพืชของผักไฮโดรโปนิกส์
โปรแกรม NutriCal article
โรคใบจุดผักไฮโดร
ขั้นตอนการปลูกผักไฮโดร
​เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนคิดจะปลูกผักสลัดขาย
การปลูกผักกาดขาวแบบไม่ง้อปั๊มทานเองในครอบครัว
ความรู้ทั่วไปของการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ article
สูตรอาหารพืช ปุ๋ยA+B
การปลูกผักบุ้งระบบไฮโดรแบบน้ำนิ่ง
ระบบการปลูกผักโดยไม่ใช่ดินในแบบต่างๆ
ทำความรู้จักผักสลัดไฮโดรโปนิกส์
ประวัติความเป็นมาไฮโดรโปนิกส์
ผักไฮโดรโปนิกส์ ทำให้เกิดมะเร็ง...จริงหรือ
ปัญหาที่พบบ่อยในการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์
เปรียบเทียบการปลูกด้วยเพอร์ไลท์และฟองน้ำ
โรคพืชต่างๆในระบบไฮโดรโปนิกส์และการป้องกัน
วิธีการปลูกผัก watercress แบบง่ายๆ
การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์เพื่อหารายได้เสริม
การควบคุมโรคผักโดยชีววิธี-ในการปลูกผักไฮโดรฯไร้สาร